รายการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปี 2567

แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่..

1. ค่าลดหย่อนภาษี “ส่วนตัว และครอบครัว”

เป็นค่าลดหย่อนพื้นฐานที่ผู้มีเงินได้จะได้รับทันที หากเข้าเกณฑ์ตามที่กรมสรรพากรกำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็น คู่สมรส(ที่ไม่มีรายได้) สามารถลดหย่อนภาษีได้ 60,000 บาท หรือค่าเลี้ยงดูบิดามารดา(ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป และไม่มีเงินได้พึงประเมินเกิน 30,000 บาทในปีภาษี) ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท เป็นต้น

2. ค่าลดหย่อนภาษี “กลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจ และบริจาค”

เป็นค่าลดหย่อนที่ทางภาครัฐตั้งใจออกมา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น “Easy e-Receipt” ที่ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 50,000 บาท โดยจะต้องมีหลักฐานใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) หรือใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt)

หรือจะเป็น “เที่ยวเมืองรอง” ที่สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท โดยจะต้องมีใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ในแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ทั้งนี้ ต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่ลดหย่อนได้ จะต้องเป็นไปตามที่ทางกรมสรรพากรกำหนด เป็นต้น

3. ค่าลดหย่อนภาษี “กลุ่มประกัน และการลงทุน”

เป็นค่าลดหย่อนที่ทางกรมสรรพากร ให้สิทธิสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มจำนวนเงินลดหย่อน โดยสามารถเลือกได้.. ทั้งการซื้อประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ทั้งของตนเอง บิดามารดา หรือคู่สมรส(ที่ไม่มีเงินได้) รวมถึงการลงทุนผ่านกองทุน ที่เปิดโอกาสให้ผู้มีเงินได้ ได้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ไปพร้อมกับโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้นในระยะยาว

สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มสิทธิลดหย่อนภาษี

กองทุนรวม SSF / RMF และ ThaiESG” ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่ KAsset อยากแนะนำ

เพราะไม่เพียงแต่จะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเท่านั้น แต่ผู้ลงทุนจะยังได้ประโยชน์ทางอ้อมหลายต่อด้วย

– ช่วยสร้างวินัยในการออมและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

– เงินลงทุนนั้นมีโอกาสเติบโตมากขึ้นด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *